Q :ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาขายมาจากไหน ?


        ตู้คอนเทนเนอร์ที่ทางไทยคอนเทนเนอร์ นำมาจำหน่ายให้กับลูกค้า ในปัจจุบัน เป็นตู้คอนเทนเนอร์ นำเข้าจากสายเรือต่างประเทศ เป็นสินค้ามือสอง มี อายุเฉลี่ย ประมาณ

        8-12 ปี  ซึ่ง แบ่ง เกรดตามมาตรฐานสากล เป็นหลักๆ ทั้งหมด 4 เกรด


     1.  ตู้ CONTAINER เกรด IICL – เป็นตู้คอนเทนเนอร์ มือสอง ที่เรียกได้ว่าสภาพดีที่สุดในตลาด ซึ่งหากเกรดนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ของลูกค้า คงต้องเป็น ตู้คอนเทนเนอร์   

         ใหม่ (ตู้คอนเทนเนอร์ ใหม่ ทางไทยคอนเทนเนอร์ สามารถนำเข้ามาได้ จากโรงงาน ผลิตโดยตรงในราคาที่ถูกที่สุด ใช้เวลาผลิตและนำเข้าประมาณ 1 เดือน )
     2. ตู้ CONTAINER เกรด CARGO-WORTHY – เป็นเกรด ไม่รั่วไม่ซึม สนิมขีดข่วนมีบ้าง สามารถใช้เก้บสินค้าหรือ ดัดแปลง
     3. ตู้ CONTAINER เกรด ASIS – เกรด รั่วซึม เหมาะสำหรับดัดแปลง หรือ มีช่างเก็บงาน แต่ยังคงสภาพที่พื้นดีโครงดี ( ซึ่งเกรดนี้เราขายส่งให้กับ ผู้ผลิตตู้

        คอนเทนเนอร์ ออฟฟิต หลายๆที่ในประเทศไทย)
     4. ตู้ CONTAINER เกรด SCARP – เป็นเกรด ที่ เป็น ACCIDENT ราคาถูกมาก เทียบเท่ากับเศษเหล็ก ส่วนใหญ่ผู้ซื้อจะเป้นช่างตู้คอนเทนเนอร์ โดยตรง หรือลูกค้าผู้

         ต้องการ แค่โครง

Q :ตู้คอนเทนเนอร์ในโลก มีทั้งหมด กี่แบบ ?


     1. ตู้ CONTAINER สั้น 20 ฟุต ( สามารถนำไปทำ โกดัง , ที่พักอาศํย , ออฟฟิต หรือ ใช้ส่งสินค้าออกได้ )
     2. ตู้ CONTAINER ยาว 40 ฟุต และ ตู้คอนเทนเนอร์  40 ฟุต HQ (สามารถนำไปทำ โกดัง , ที่พักอาศํย , ออฟฟิต หรือ ใช้ส่งสินค้าออกได้ ) 
     3. ตู้ CONTAINER ยาว 45 ฟุต (ส่วนใหญ่ใช้ในงานขนส่ง PROJECT ข้ามชายแดน )
     4. ตู้ CONTAINERเย็น ( Reefer Container ) 2ฟุต และ 40ฟุต ( สามารถใช้เป็น Storage แบบห้องเย็น มีต้นทุนที่ถูกกว่าการสร้างห้องเย็น สามารถขนย้ายได้สะดวก และ  

         ขายคืนได้ เวลาเลิกใช้ครับ )
     5. ตู้ CONTAINER  OPEN TOP 20 และ 40 ฟุต พร้อม ผ้าใบคลุมด้านบน (ใช้ขนสินค้าที่เป็น OVERHEIGHT สินค้าที่ต้องการโหลดด้านบน เช่น ประตูอัลลอย หรือ ท่อ  

         แป๊ปขนาดใหญ่ หรือ สินค้าที่ต้องการอากาศถ่ายเท เช่น ต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็นจ้น)
     6. ตู้ CONTAINER  FLAT RACK , PLAT FORM ใช้ขนส่ง ปติมากรรม เครื่องจักร พระพุทธรูป เรือยอร์ช และ อุปกรณ์ขนาดใหญ่ สินค้าที่ต้องทำการ RUSHING อย่าง 

         ดี OVERWIDTH OVERHEIGHT


Q : ทำไม คอนเทนเนอร์ ต้องทำด้วยเหล็กพิเศษเท่านั้น?

 


     เหตุผลหลักที่ ตู้คอนเทนเนอร์ ต้องทำด้วยเหล็กที่มีส่วนผสมพิเศษที่แตกต่างจากเหล็กทั่วๆไปนั่น เป็นเพราะว่า ตัวตู้จะต้องใช้เพื่อการขนส่งทางไกล และ ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางทางทะเลซึ่งมีความเป้นกรดเกลือที่สูง เป็นหลัก ด้วยความเค็มของน้ำทะเลหากเป็นเหล็กปกติก็จะมีอายุการใช้งานที่สั้น และผุกร่อนเร็ว หรือถ้าใช้วัสดุชนิดอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก เมื่อถูกการกระทบกระแทกก็อาจเกิดความเสียหายได้ง่าย อีกทั้งปัจจุปันก็ยังไม่มีวัตถุดิบชนิดใดที่ให้ความแข็งแรงและทนทานต่อการ กัดกร่อนของลมทะเลได้ดีเท่า เหล็กชนิดพิเศษที่ใช้ทำตู้คอนเทนเนอร์อย่างนี้

Q : การดูแลรักษาและอายุการใช้งาน ตู้คอนเทนเนอร์
?


     ปกติ ตู้คอนเทนเนอร์ ทุกใบจะได้รับการรับรองจากผู้ผลิตว่าจะมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 30 ปี นับจากวันที่ผลิตแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริงอยู่ด้วย ตู้คอนเทนเนอร์มือสองที่เรานำมาจำหน่ายหรือดัดแปลงมักมีอายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งหมายความว่ายังสามารถใช้งานต่อไปได้อีกนานเกิน 10 ปี หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งในกรณีการนำมาตกแต่งดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยนั้น ยิ่งไม่ต้องห่วงเรื่องความคงทนแข็งแรง เพราะส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายบ่อยๆ การถูกกระทบกระแทกก็แทบจะไม่ได้เกิดขึ้น เพี่ยงแต่หากใช้งานไปสักระยะหนึ่งก็ควรมีการตรวจสอบคราบสนิมและบำรุงรักษา ไม่ให้รุกลามออกไป หรืออาจทำการขัดแต่ง รองพื้นด้วยน้ำยากันสนิมแล้วจึงลงสีทับ ตู้ก็จะกลับมาสดใสได้เหมือนเดิม

Q : การนำ ตู้คอนเทนเนอร์ มาดัดแปลงมีข้อจำกัดในการออกแบบหรือไม่
?


     ถ้าจินตนาการของคุณไม่มีข้อจำกัด การออกแบบ ตู้คอนเทนเนอร์ ก็ไม่มีเช่นกันเพราะ รูปทรงของตู้ก็เป็นทรงเรขาคณิตและสามารถนำวัสดุอื่นๆมาตกแต่งเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย แต่ลักษณะ เฉพาะของตู้ก็คือความเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มียาวมีสั้น มีทรงสูงทรงเตี้ย หากเรานำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ก็จะทำให้สัดส่วนการใช้งานลงตัวได้ง่ายขึ้น

Q: การนำ ตู้คอนเทนเนอร์ มาดัดแปลงใช้งาน จะร้อนหรือไม่
?


      ความเชื่อเดิมๆเรามักคิดว่าเหล็กมักดึงดูดความร้อนมากกว่าวัสดุอื่น ในความเป็นจริง เหล็กก็คลายความร้อนเร็วกว่าวัสดุอื่นเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือเราป้องกันความร้อนเข้ามาได้อย่างไร ในการตกแต่ง ตู้คอนเทนเนอร์ นั้น หัวใจสำคัญคือการป้องกันความร้อนเข้ามาภายในด้วยวัสดุป้องกันความร้อนแบบ ต่างๆ ซึ่งทำได้หลากหลายวิธีและหลากหลายราคา แต่ในมาตรฐานที่เราเลือกใช้ เราจะใช้โฟม เป็นฉนวนป้องกันความร้อน ดังนั้นหมดความกังวัลกับเรื่องความร้อนได้เลย

Q : การใช้ ตู้คอนเทนเนอร์ เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร
?


     ทุกวันนี้การใช้ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึง ถึงอย่างที่สุด วัสดุหนึ่งที่มีความแข็งแรงทนทานและสามารถนำมารีไซเคิลได้ไม่รู้จบนั่นก็คือ เหล็ก โครงสร้างของ ตู้คอนเทนเนอร์ 100%ทำมาจากเหล็กคุณภาพดี ในวันที่คุณไม่ต้องใช้แล้ว ตู้เหล็กใบนี้ยังสามารถนำมารีไซเคิลเปลี่ยนสภาพไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ได้อีก ไม่แน่ว่ารถที่คุณขับอยู่หรือ smart phone ที่คุณใช้ ครั้งหนึ่งมันอาจเคยเป็นตู้คอนเทนเนอร์มาก่อนก็ได้

Q:ต้องเตรียมพื้นที่อย่างไรในการจัดวาง ตู้คอนเทนเนอร์  ต้องลงเสาเข็มหรือไม่
?


     ตู้คอนเทนเนอร์ ถูกออกแบบมาเพื่อการรับน้ำหนักอยู่แล้ว ตัวโครงสร้างตู้เองมีการกระจายน้ำหนักไปยังทุกๆส่วน ดังนั้นพื้นที่ในการจัดวางจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สามารถนำไปวางได้เลยบน พื้นที่แห้งและปรับระดับแล้ว ยกเว้นพื้นที่เปียกหรือเป็นดิน ที่ที่มีความชื้นสูงเพราะอาจทำให้เกิดสนิมได้เร็วขึ้น ที่นิยมกันในกรณีที่วางตู้บนพื้นดินจะยกตู้ให้สูงขึ้นประมาณ 1 ฟุต ด้วยแท่งคอนกรีต 6 - 8 จุดต่อตู้ โดยไม่จำเป็นต้องลงเสาเข็ม

Q:สถานที่แบบไหนเหมาะกับการนำ คอนเทนเนอร์ ดัดแปลงมาใช้
?


     จริงๆแล้วเกือบทุกสถานที่เหมาะกับการนำ ตู้คอนเทนเนอร์ ไปใช้ได้ทั้งนั้น แต่ต้องมีพื้นที่ว่างทั้งแนวตั้งและแนวระนาบพอสมควรในการยกวาง
แต่หลังจากยกวางแล้วสามารถต่อเติมส่วนต่างๆได้ตามความต้องการ และถ้าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่เช่าสมควรใช้ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลงเป็นอย่างมาก
เพราะเมื่อหมดสัญญาเราสามารถยกตู้ออกและขนย้ายไปยังที่ใหม่ได้ทันที ไม่ต้องทุบทิ้งหรือทำลายที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก

 

Q:ความแตกต่างระหว่าง ตู้คอนเทนเนอร์ ดัดแปลงกับตู้สำเร็จรูป บ้านสำเร็จรูป ?


     ความแตกต่างข้อแรกคือวัตถุประสงค์ในการผลิต ตู้คอนเทนเนอร์เกิดมาเพื่อการบรรจุสินค้าและการขนส่งระยะไกล 
จึงเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทาน ส่วนตู้สำเร็จรูปจะผลิตขึ้นมาเพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน เน้นความรวดเร็วและประกอบขึ้นได้ตามแบบ 
ดัง นั้นข้อแตกต่างที่ชัดเจนประการต่อมา ก็คือ วัสดุที่ใช้ทำ ตู้คอนเทนเนอร์ผลิตด้วยเหล็ก100% ผนังเป็นรอนเหล็ก แต่ตู้สำเร็จรูป โครงสร้างเป็นเหล็กกล่อง 
ส่วนผนังจะเป็นแผ่นสำเร็จรูปทำจากเหล็ก แผ่นบางชุบสังกะสีลักษณะเป็นแผ่นเรียบตรงกลางมีฉนวนกันความร้อน น้ำหนักโดยรวมจะเบากว่าตู้คอนเทนเนอร์ 
ข้อแตกต่างประการที่สามคือ ขั้นตอนการตกแต่ง ตู้สำเร็จรูปจะเป็นการนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่ตู้คอนเทนเนอร์จะต้องใช้การตัดแต่งตู้เดิม 
และข้อแตกต่างที่ สำคัญที่สุดคือ ความรู้สึกของผู้ใช้ว่าต้องการอะไรระหว่างตู้คอนเทนเนอร์กับตู้สำเร็จรูป ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน
(ซึ่งผู้ใช้ควรต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม) ส่วนเรื่องการใช้งานไม่แตกต่างกัน

 

THAI CONTAINER GROUP , Containers trading and Modification Specialist
Tel : 089 112 3773  / 084-009-8328
Line ID : containerthai  / Email : container.thailand@gmail.com